webmaster@kjs.ac.th
Tel. 097 3321 237

foto1

บนเส้นทางเล่าเรียนเขียนอ่าน กวางโจนศึกษา

foto1

ใช้พระธรรมนำทาง สู่ความเจริญงอกงาม

foto1

กวางโจนศึกษา เราเทิดบูชาพระคุณครู

foto1

จัดอบรมบ่มนิสัย ในค่ายคุณธรรม

foto1

ใช้กีฬาเป็นยาวิเศษ ทุกเพศวัยสุขภาพแข็งแรง

Edu-Government Links

KwangJone Fanpage

Backend System

Friendly Links

isangate com 200x75
krumontree 200x75
easyhome 200x75
ppor 200x75
isangate net 200x75

Page View

00000714
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
21
4
36
612
102
409
714

Your IP: 3.95.131.208
2019-12-10 23:50

ความรู้เรื่องพายุ

พายุไต้ฝุ่น "ฮากิบิส (Hagibis)" เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในวันนี้ (12 ตุลาคม 2562) ประชาชน และหน่วยงานรัฐบาลทุกฝ่ายได้ตั้งรับและจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าพายุมีโอกาสทวีความรุนแรงมากถึงขั้นเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นได้ หวังว่าการเตรียมการที่ดีของญี่ปุ่นจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี #SaveJapan.

เมื่อมีข่าวพายุเข้ามาในแต่ละครั้ง เรามักจะได้ยินผู้ประกาศข่าวเรียกชื่อของพายุ อย่างเช่น พายุฮากิบิส (HAGIBIS) ที่เข้ากำลังพัดเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น และคาดว่าจะสร้างความเสียหายมากมาย ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2562 เราเคยสงสัยไหมว่า ชื่อที่เขาเรียกนั้นมีที่มาอย่างไร ทำไมข่าวทุกช่อง ทุกสื่อ ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศก็เรียกเป็นชื่อเดียวกัน วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกท่านทราบ

hagibis 1

พายุฮากิบิสที่พัดเข้าประเทศญี่ปุ่น (11-13 ตุลาคม 2562) ให้ดูขนาดเทียบกับประเทศไทยในกรอบสีเหลือง

เคยมีการบันทึกในตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไว้ว่า นักอุตุนิยมวิทยา ชาวออสเตรเลีย ชื่อ คลีเมนต์ แรกกี (Clement Wragge) เป็นผู้ที่ริเริ่มการตั้งชื่อพายุโดยใช้ “ชื่ออักษรกรีก” แต่ก็ยังมิได้แพร่หลายมากนัก จนกระทั่งในช่วงสงความโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มมีการตั้งชื่อย่างเป็นระบบ โดยกองทัพสหรัฐอเมริกาได้กำหนดการเรียกชื่อพายุหมุนเขตร้อนเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก โดยใช้ “ชื่อผู้หญิง” จนปี พ.ศ. 2522 จึงเริ่มใช้ชื่อผู้หญิงสลับกับชื่อผู้ชาย

Clement Wragge

คลีเมนต์ แรกกี (Clement Wragge) นักอุตุนิยมวิทยา ชาวออสเตรเลีย
ภาพจาก Wikipedia: https://en.wikipedia.org/wiki/Clement_Lindley_Wragge 

ในปัจจุบัน "องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก" ได้กำหนดรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนที่เกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก และทะเลจีนใต้ โดยให้แต่ละประเทศที่อยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ตั้งชื่อพายุเป็นภาษาท้องถิ่นของตน ซึ่งรายชื่อนี้เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 ในเวลาต่อมา บางชื่อก็ได้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อความเหมาะสม สำหรับชื่อพายุที่ประเทศไทยได้เสนอเข้ารายชื่อ เช่น พระพิรุณ วิภา เมขลา รามสูร มรกต เป็นต้น โดยชื่อเหล่านี้จะถูกนำมาจัดระเบียบเป็น 5 คอลัมน์ แต่ละคอลัมน์มี 28 ชื่อ การใช้ชื่อให้เรียงตามลำดับ เริ่มต้นในคอลัมน์ที่ 1 เมื่อหมดคอลัมน์ที่ 1 แล้ว จึงเริ่มใช้ชื่อแรกในคอลัมน์ที่ 2 ต่อไป เมื่อครบทั้ง 5 คอลัมน์แล้ว จึงเวียนกลับมาเริ่มต้น คอลัมน์ที่ 1 อีกครั้ง สำหรับรายชื่อของพายุ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา

hagibis 2

หลังจากนี้เวลาดูข่าวพยากรณ์อากาศ หรือฟังประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หวังว่าทุกท่านจะไม่สงสัยแล้วว่าชื่อพายุแต่ละลูกมีที่มากันอย่างไร

hagibis 5

สำหรับ พายุฮากีบิส (เป็นตากาล็อก: Hagibis) เป็นชื่อในรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนในชุดที่ 2 ของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ส่งโดยประเทศฟิลิปปินส์ คำว่า "ฮากีบิส" ในภาษาตากาล็อกหมายถึง ความเร็วหรือความว่องไว

พายุฮากีบิส นั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ดังนี้

hagibis 3

ไต้ฝุ่นฮากิบิสอาจสร้างความเสียหายได้เทียบเท่ากับพายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นในปี 1958 ซึ่งส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตราว 1,200 คนในภูมิภาคคันโต และเกาะอีซุ นอกจากนี้ พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสสามารถก่อให้เกิดคลื่นซัดชายฝั่ง (Strom surge) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่อาศัยอยู่แนวชายฝั่งของเกาะฮอนชู และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

จากข้อมูลทางสถิติ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศของเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ผุ่นบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยเกิดพายุไต้ฝุ่นราว 11 ครั้ง และสองครั้งจากจำนวนนั้นส่งผลกระทบโดยตรงทุกปี แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นมีมาตรการการรับมือกับภัยพิบัติได้เป็นอย่างดี แต่ไต้ฝุ่นฮากิบิสก็ยังสร้างความกังวลใจว่า อาจจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

4 เหตุผลที่พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสกลายเป็นพายุที่สร้างความกังวลแก่ชาวญี่ปุ่น

  1. ขนาดของพายุ ฮากิบิสนำพามวลเมฆขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดเส้นผ่านศูนย์กลางของพายุขนาดประมาณ 1,400 กิโลเมตร ซึ่งกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จากความใหญ่ของพายุ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองเร็วขึ้น ใช้เวลานานกว่าจะเคลื่อนตัวผ่านออกไป และส่วงผลกระทบเป็นวงกว้าง
  1. ความรุนแรง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10 ตุลาคม 2019) กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นวัดความกดอากาศของพายุฮากิบิสได้ 915 เฮกโตปาสคาล ซึ่งนับเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในปี 2019

    เมื่อพายุลูกนี้เคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน ศูนย์กลางของพายุอาจมีความกดอากาศอยู่ที่ประมาณ 992 ถึง 915 เฮกโตปาสคาล ภายใน 24 ชั่วโมง จากการเฝ้าติดตามพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสชี้ให้เห็นว่า พายุลูกนี้เป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดเป็นลำดับที่เก้าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

    นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นพยากรณ์ว่า ความกดอากาศอาจอยู่ที่ 950 เฮกโตปาสคาล ก่อนจะเข้าฝั่งญี่ปุ่นในวันเสาร์นี้ ถ้าหากฮากิบิสเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งโตเกียวด้วยความรุนแรงระดับนี้ ฮากิบิสจะกลายเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกในภูมิภาคนี้

  2. ระยะเวลา ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฮากิบิสเป็นที่กังวลเพิ่มขึ้นคือช่วงเวลาที่พายุเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ซึ่งตรงกับช่วงพระจันทร์เต็มดวง หมายความว่า ในช่วงนั้นระดับน้ำทะเลสูงกว่าปกติ ประกอบกับความสูงของคลื่นลมในทะเล คลื่นขนาดใหญ่ และคลื่นซัดชายฝั่ง ด้วยปัจจัยทั้งหมดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ชายฝั่ง

  3. ตำแหน่งที่พายุเคลื่อนผ่าน ฮากิบิสเป็นพายุลูกที่สองในรอบหนึ่งเดือนที่เคลื่อนที่ผ่านโตเกียว เมื่อเร็วๆ นี้ พายุไต้ฝุ่นฟ้าไส (Faxai) พัดโจมตีภูมิภาคนี้เช่นกัน สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายร้อยหลังคาเรือน และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าที่อยู่อาศัยบางหลังยังไม่ได้รับการซ่อมแซมจนเสร็จสมบูรณ์ และประชาชนบางส่วนยังอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

 hagibis 4

ทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส / ภาพประกอบ NHK World – Japan